อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด สร้างอุทิศให้กับเชลยศึก (POWs) และแรงงานชาวเอเชีย ที่ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสและเสียชีวิต ณ ช่องเขาขาด รวมทั้งพื้นที่อื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
อนุสรณ์สถานช่องเขาขาดนี้เกิดจากความมุ่งมั่นของ นาย เจอ จี ทอม มอร์ริส ( J G Tom Morris) ซึ่งเป็นหนึ่งในอดีตเชลยศึกชาวออสเตรเลีย ที่ทำงานในการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะ ไทย-พม่า แห่งนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
เป็นเวลากว่า 40 ปีหลังจากที่ทอมได้ทำงานก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทอมก็ได้ตกลงใจเดินทางกลับมายังประเทศไทย เพื่อค้นหาที่ตั้งของจุด "ช่องเขาขาด (Hellfire Pass)" และทอมก็ได้นำข้อมูลไปเสนอต่อรัฐบาลออสเตรเลีย เพื่อรองรับพื้นที่นี้ให้เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ และตั้งกองทุนขึ้นเพื่อสร้างอนุสรณ์สถาน จนสามารถสร้าง "พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด" รวมทั้งทางเดิน แล้วเสร็จเพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้อย่างเป็นทางการในปี 2542
อนุสรณ์สถานเขาช่องขาดตั้งอยู่ริมทางหลวงสาย 323 ระหว่าง อ.ไทรโยค - อ.ทองผาภูมิ หากท่านใดที่ขับรถผ่านเพื่อที่จะไปเที่ยว อ.ทองผาภูมิ หรือ อ.สังขละบุรี ลองแวะเข้าไปชมกันนะครับ เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นำเสนอเรื่องราวได้ดีมากๆ จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของทางรถไฟสายมรณะ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นความรู้ติดตัวเอาไว้ครับ
ข้อมูลการเดินทาง
- พิพิธภัณธ์ช่องเขาขาดตั้งอยู่ในกองเกษตรและสหกรณ์ กองกำลังทหารพัฒนา อ.ไทรโยค
- อยู่บนเส้นทางระหว่าง อ.ไทรโยค - อ.ทองผาภูมิ
- หากขับรถมาจาก อ.เมืองกาจนบุรี ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 323 เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 77 จะเห็นกองเกษตรและสหกรณ์ กองกำลังทหารพัฒนา อยู่ด้านซ้ายมือ แลกบัตรที่ประตูทางเข้า และขับรถเข้าไปจอดด้านในได้เลย
- มีรถโดยสารประจำทางท้องถิ่น สาย กาญจนบุรี - สังขละบุรี จากสถานีส่งในตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี
- มีรถโดยสาร บขส. จากสถานีขนส่งหมอชิต (กำแพงเพชร) สาย กรุงเทพฯ - สังขละบุรี วิ่งผ่านด้านหน้า
ด้านหน้าของอาคารพิพิธภัณฑ์ อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด
พิพิธภัณฑ์ที่นี่ถึงจะอยู่ในป่าเขา แต่ไม่ธรรมดาเลยครับ ภายในอาคาร
และห้องจัดแสดงนั้นนำเสนอเรื่องราวเอาไว้ดีมากๆ
ระบบบริการนักท่องเที่ยวภายในเขตอนุสรณ์สถานช่องเขาขาดก็ทำไว้ได้ดีมากๆ
เช่นกันครับ
แบบจำลองบริเวณเส้นทางรถไฟ มีกล้องให้ส่องดูรายละเอียดของแบบจำลอง ชัดเจนมาก
เครื่องมือของเชลยศึกสำหรับการทำงานสร้างทางรถไฟ
อาหารของเชลยศึก
จากอาคารพิพิธภัณฑ์ เราสามารถขอเครื่องเล่นเสียงคำบรรยายพร้อมหูฟัง เพื่อเดินชมทางรถไฟสายมรณะได้ด้วยตัวเองครับ เมื่อถึงจุดที่มีป้ายแบบนี้ เราก็เลือก Track ที่ระบุไว้บนป้ายเพื่อรับฟังเสียงบรรยายจากเครื่องเล่นได้เลย !!
เส้นทางเดินเท้าเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายมรณะนี้ มีให้เลือกได้ว่าจะเดินไปถึงจุดไหน ตามแต่เวลาที่เรามีครับ
ทางเดินช่วงแรกต้องขึ้นเนินชัน แต่ก็มีบันไดอย่างดีครับ
ช่องเขาเขา
เดินมาสักพักก็มาถึงจุดที่เป็นช่องเขาขาดแล้วครับ สูงมาก
ระลึกถึงเชลยศึกชาวออสเตรเลีย
ลองเทียบสเกลคนกับช่องเขาสิครับ ไม่ใช่เล็กๆ เลย เชลยศึกสมัยนั้นต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อขุดช่องเขาขาดด้วยมือ และใช้เครื่องมือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แนวรางรถไฟในอดีต


























2 comments ;)
ไปมาแล้วครับ ที่นี่วิวสวยสุดยอดมาก แต่เสียดายไม่ได้เดินไปช่องเขาขาด เพราะเดินทางไปถึงตอนเย็นแล้ว
ม.ค 2551
เมื่อได้ทราบประวัติและความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้แล้ว รู้สึกหดหู่และรู้ถึงความโหดร้ายของสงคราม ว่ามนุษย์คือผู้ทำลายโดยแท้จริงรวมถึงทำลายมนุษย์ด้วยกัน เพื่อให้ถึงจุดมุงหมายที่ตนเองหวัง ไม่น่าเชื่อว่าช่องเขาขาดแห่งนี้ทำโดยปราศจากเครื่องมือที่ทันสมัย ส่วนใหญ่แล้วใช้แรงงานคนและเครื่องมือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จนปัจุบันนี้จำนวนเชลยศึกที่ต้องเสียชีวิตไปจำนวนเท่าใดก็ไม่มีใครตอบได้ ไม่ว่าจะเกิดจากการถูกประหาร เจ็บป่วย หรือฯลฯ
ขอให้ทุกชีวิตที่จากไปจงไปสู่ที่สงบ ที่ทุกคนหวังก่อสิ้นใจ ดังคำพูดของ1 เชลยชาวฝรั่งว่า”คนเราเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต สิ่งที่ทุกคนคิดถึงคือคนที่ตนเองรัก”